วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551

วันพ่อ ^^

วันนี้วันที่ 5 ธันวาคม หรือ วันพ่อคร๊ะ


วันนี้เพื่อนทำอะไรให้พ่อของเพื่อนรึยัง ส่วนเรานะ ไม่ค่อยได้ทำอะไรให้หรอก


แค่ทำการ์ดกับไปตักบาตรกับพ่อเองอ่ะ


แต่แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว จริงๆนะ


วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เรื่องไร้สาระแต่ลองอ่านดูนะ

8 วิธีเลือกแฟนใหม่ ให้ดีกว่าเก่า

อยากรู้ไหมว่าทำไมผู้หญิงส่วนใหญ่ถึงมักเลือกคู่ผิดๆ อยู่ร่ำไป ก่อนอื่นมาลองสำรวจตัวเองสักนิดว่าทำไมความสัมพันธ์ครั้งก่อนจึงจบลงไปอย่างง่ายด่าย คุณมีความคิดตรงกับข้อไหนข้างล่างนี้หรือไม่
คุณมักจะคิดอยู่เสมอว่าเขาต้องการความช่วยเหลือจากคุณ
และคุณสามารถช่วยเหลือเขาได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดวิสัยของการครองคู่ เพราะการที่จะอยู่ร่วมกับใครสักคน การให้อย่างเดียวไม่ช่วยให้หัวใจของคุณอิ่มสุขได้ คู่รักควรมีการให้และการรับ อย่าได้คิดว่ายิ่งให้เขามากเท่าไหร่แล้วเขาจะยิ่งมองเห็นคุณค่า เพราะคุณค่าของตัวคุณไม่จำเป็นต้องแสดงออกมาด้วยวิธีนี้
คุณคิดว่าควรจะอยู่กับคนนี้
เนื่องจากมีสาเหตุให้รีบเลือก เช่น อายุเยอะแล้วไม่ควรเลือกมาก เพราะไม่อย่างนั้นจะพลาดรถด่วนขบวนสุดท้ายที่กำลังจะผ่านไป เหตุผลนี้จะยิ่งคอยบั่นทอนคุณค่าในตัวคุณลงไปเรื่อยๆ ทำไมไม่ลองเปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่ว่ากับเขาคู่ควรกับคุณเพราะ... และถ้าคำนวณดูแล้วเห็นว่าเขาไม่คู่ควรกับคุณ การเป็นเพื่อนกันก็น่าจะเหมาะกว่า รออีกสักนิดให้คนที่คลิกกับคุณจริงๆ เข้ามาในชีวิตดีไหม
หากคบกับเขาแล้วคุณรู้สึกไม่มั่นคงทางจิตใจ
ถ้าคุณทำให้เขาเสียใจหรือโกรธ เช่น รู้ทั้งรู้ว่าเวลาออกไปกินข้าวด้วยกันควรช่วยกันออกเงิน แต่เขากลับให้คุณเป็นฝ่ายออกเงินเลี้ยงเขาหลายๆ ครั้ง โดยอ้างว่าไม่ค่อยมีเงิน (แต่เขากลับมีเงินซื้อมือถือใหม่) แต่คุณก็ไม่กล้าพูดไม่กล้าบอก เพราะกลัวว่าเขาจะเสียใจ หรือกลัวว่าเขาจะไม่รัก แค่นี้ก็พอจะมองเห็นเงารางๆ ของความทุกข์แล้วล่ะ ถ้าคุณตัดสินใจอยู่กับผู้ชายคนนี้
คุณรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่คนสวย
และคงไม่มีผู้ชายคนไหนย่างกรายเข้ามาในชีวิตคุณอีกแล้วเป็นแน่ แต่คนนี้ให้โอกาสกับคุณ ฉะนั้นอย่าปล่อยให้หลุดลอยจงรีบคว้ามันไว้ ความคิดแบบนี้ผิดมหันต์ เพราะผู้หญิงทุกคนล้วนมีคุณค่าในตัวเอง นอกจากคุณไม่เห็นคุณค่าของตัวเองแล้ว คุณยังรีบร้อนไปคว้าเอาใครก็ไม่รู้ที่ยังไม่ได้รู้จักมักจี่กันเลยเข้ามาในชีวิต ระวังจะต้องรีบร้อนผลักไสเขาออกไปจากชีวิตก็แล้วกัน
ตัดสินใจในระยะเริ่มต้นความสัมพันธ์
ระยะแรกที่เพิ่งคบกันเป็นช่วงเวลาแสนหวานของคนสองคน ต่างก็อยากแสดงสิ่งดีๆ ออกมาให้อีกฝ่ายพึงพอใจ เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งใช้ช่วงเวลานี้รีบร้อนตัดสินใจ เนื่องจากความหวานของความรักมักมาบดบังความเป็นจริง จนทำให้คุณมองข้ามอะไรหลายๆ อย่าง

ทีนี้มาลองดูวิธีเลือกคู่ใหม่กันบ้าง

1. เลือกคนที่ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น
มีบางคนที่สามารถดึงสิ่งดีๆ ในตัวเราออกมาได้อย่างเต็มที่ นั่นคือคนที่ยินดีรับฟังปัญหาเวลาที่เราทุกข์ ยินดีเมื่อเรามีความสุข สนับสนุนและให้ความสำคัญกับความก้าวหน้าของเราในทุกๆ ทาง คนที่คุณพูดคุยด้วยได้ทุกเรื่องและสบายใจทุกครั้งที่ได้คุยกับเขา ในทางตรงกันข้าม ผู้ชายที่เอาแต่ติ มองโลกในแง่ร้าย ไม่เคยเข้าข้างและเป็นฝ่ายเดียวกับคุณ คนเหล่านี้มีแต่จะคอยดึงเอาพลังดีงานของชีวิตออกไปจากตัวคุณ
2. อย่าเลือก "วัตถุ" มากกว่า "จิตใจ"
ก่อนอื่นถ้าคุณมีโอกาสรู้จักหนุ่มน่ารักสักคน ขอให้ทำความรู้จักและมองลึกเข้าไปในหัวใจเขา อย่ายอมให้หน้าตาหล่อเหลาและรูปร่างแมนกำยำ รถเบนซ์สปอร์ตที่เขาขับ หรือเงินเดือนเหยียบแสนที่เขาได้รับมาบดบังตัวตนจริงๆ ของเขา ลองนั่งคิดแล้วเขียนออกมาเป็นข้อๆเลยว่า อะไรที่จำเป็นจริงๆ ที่คู่รักของคุณควรมี เรียงตามลำดับความสำคัญจากมากไปหาน้อย เช่น ไม่เจ้าชู้ ใจเย็น เป็นที่พึ่งและเป็นที่ปรึกษาของเราได้ เป็นคนมีศีลธรรม ซื่อสัตย์ รักครอบครัว มีอารมณ์ขัน ฯลฯ แล้วลองพิจารณาหนุ่มคนใหม่ที่กำลังดูใจกันอยู่นั้น ว่ามีคุณสมบัติตามที่เราต้องการจริงๆ หรือเปล่า หลังจากคบกันไปสักพักแล้วเขาเป็นคนที่คุณเปิดใจคุยได้ในเรื่องที่คุณไม่กล้าคุยกับใครมาก่อนหรือเปล่า อย่างไรก็ตามคงไม่มีใครมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่คุณต้องการทุกข้อหรอก เพราะฉะนั้นดูเขาในหัวข้อหลักๆ ที่คุณคิดว่าจำเป็นกับชีวิตคู่ก็น่าจะพอ

3. คุณเป็นคนอย่างไร จงเลือกคนที่เข้ากับคุณได้
ผู้ชายหลายคนเลือกผู้หญิงที่เข้ากับนิสัยของเขาได้ โดยไม่ยึดติดว่าจะคบกันมานานแค่ไหน แต่ผู้หญิงกลับมีนิสัยตรงกันข้าม เมื่อเธอคบกับใครสักคนก็ยังติดนิสัยเดิมๆ ว่าคนคนนี้เป็นคนที่เธอจะแต่งงานด้วย โดยที่ไม่ได้ดูปัจจัยอื่นๆ ประกอบเลย ผู้หญิงที่รู้จักตัวเองและรู้จักเลือกคนที่เข้ากับตัวเองได้คือผู้หญิงฉลาดเลือก

4. รักแบบเพื่อน ปลอดภัยและมั่นคง
ภาษากรีกโบราณได้แบ่งความหมายได้ชัดเจนระหว่างคำว่า eros (รักใคร่) กับ agape (ความรักแบบเพื่อน) การตกหลุมรักใครสักคนเพราะเขามีอะไรดึงดูดใจและต้องการอยู่กับเขา นั่นเป็นสิ่งที่ชักนำเราให้เข้าไปหาใครคนหนึ่ง แต่การจะอยู่กับใครสักคนให้ยืนยาวนานนั้น ต้องการความสัมพันธ์แบบเพื่อน ดังนั้นคุณลักษณะหลายๆประการที่คุณคาดหวังว่าเพื่อนที่ดีของคุณต้องมีก็คือคุณลักษณะที่ดีของคู่ชีวิตนั่นเอง

5. ชัดเจนกับตัวเองและเขา ว่าคุณคาดหวังอะไรจากความสัมพันธ์ครั้งนี้
คุณคาดหวังว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะยาวนาน หรือว่าอยากเป็นแค่เพื่อนกับเขาก็ขอให้บอกกันอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะหนีเตลิดไปเสียก่อนเพราะกลัวการผูกมัก แต่ถ้าเขาจะไปก็ปล่อยเขาไป เพราะนั่นแสดงว่าเขาไม่ใช่คนที่คุณมองหา

6. อดีตและปัจจุบันเป็นตัวบอกอนาคต
คอยสังเกตคนที่จะมาเป็นว่าที่แฟนคนใหม่ของคุณว่า เขาปฎิบัติอย่างไรกับอดีตแฟน ครอบครัว หรือเพื่อน เช่น ถ้าเคยได้ยินเขาคุยกับผู้หญิงที่โทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงไม่สุภาพ หรือพูดจาไม่ให้เกียรติผู้หญิงคนนั้น ก็รำลึกไว้เลยว่านั่นคือคุณในอนาคต และคุณจะไปเปลี่ยนแปลงนิสัยของเขาไม่ได้หรอก นิสัยและตัวตนที่แท้จริงของเขาก็คือตอนที่เขาอยู่กับครอบครัว คุณลองไปเที่ยวบ้านเขาแล้วลอบสังเกตดูสิว่าเขาปฎิบัติอย่างไรกับครอบครัว เพื่อนำสิ่งเหล่านี้มาประกอบการตัดสินใจ บางครั้งถ้าคุณไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนผู้ชายของเขา เพื่อนบางคนอาจจะหลุดปากพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเขาที่คุณไม่เคยรู้ก็ได้

7. วิธีตัดสินปัญหาของเขา
หนึ่งในคำทำนายอนาคตว่าที่แฟนที่ดีข้อหนึ่งคือ ดูว่าผู้ชายคนนี้แก้ปัญหาอย่างไรเวลามีเรื่องทะเลาะกัน ถ้าเขาใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอันตรายถ้าเลือกจะครองคู่กับเขา ข้อแนะนำคือ ถ้าเราสังเกตเห็นว่าเขาชอบใช้กำลังตัดสินปัญหาและทำให้เรากลัว ก็ควรรีบถอยห่างจากผู้ชายประเภทนี้ทันที หรือสอบถามเพื่อนและคนใกล้ตัวเขาจะได้ข้อมูลมากกว่าที่เรามองเอง

8. สำหรับผู้หญิงที่มีลูกติดจากความรักครั้งเก่า
อันดับแรกที่คุณต้องสนใจเป็นอย่างยิ่งก็คือความรู้สึกของลูกคุณ จับเข่าคุยกับลูกอย่างตรงไปตรงมา แลกเปลี่ยนความคิดและความรู้สึกซึ่งกันและกัน ฟังลูกให้มาก และอย่าเพิ่งรีบร้อนออกรับแทนผู้ชายคนใหม่


วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Happy Birth Day

Happy Birth Day น๊าเพื่อน

แกแก่ขึ้นอีกแล้วน้า ขอให้มีความสุขมากๆ

และวันนี้ก๋คงเป็นวันเกิดของใครอีกหลายคน

ยังไงก็ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆนะค่ะ

โอมเพี้ยงๆๆๆๆ^^

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

มีความสุขให้ได้กับปัจจุบัน


มีความสุขให้ได้กับปัจจุบัน

มีความสุขให้ได้กับปัจจุบัน
ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องร้องไห้คร่ำครวญ...
อยู่กับอดีตที่ผ่านไป
เพราะอย่างไรก็ไม่อาจแก้ไขได้ ทำอะไรไม่ได้


ไม่ว่าสิ่งที่เราทำไปนั้นจะผิดพลาดมากน้อยแค่ไหน
เราก็ไม่มีโอกาสกลับไปเพื่อแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว
สิ่งที่ทำได้ก็คือเอาความผิดพลาดนั้นมาเป็นบทเรียน
แล้วอย่ากลับไปทำผิดพลาดอย่างนั้นอีก
ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสียดาย...
กับอะไรบางอย่างที่เราได้สูญเสียไปแล้ว
เพราะต่อให้เป็นสิ่งที่ดี ที่สวยงามแค่ไหน
หรือรักมากอย่างไร
ถ้าได้สูญเสียไปแล้วก็ไม่มีทางได้กลับคืน
ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปกังวัลใจกับอนาคต...
สิ่งที่เราคิดว่าจะเกิด มันอาจจะไม่เกิดก็ได้
สิ่งที่เราคิดว่าใช่ แท้จริงแล้วมันอาจจะไม่ใช่
หากจะมีอะไรทำให้ผิดหวังได้
ก็ให้มันเป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้
ไม่ต้องรีบร้อนเสียใจไปล่วงหน้า
อยู่ตรงนี้กับเวลาตรงหน้านี้ดีกว่า
มีความสุขให้ได้กับปัจจุบัน
และความคิดดีๆต่างๆจะเกิด
พลังในตัวตนจะเกิด และในที่สุดแล้ว
ความสุขก็จะเกิด
"แก่นแท้ของชีวิต...
ไม่ใช่อดีตเคยเป็นอย่างไร
อนาคตจะเป็นอย่างไร
แต่คือปัจจุบันมีความสุขไหมต่างหาก"

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ของน่ารักๆที่ใครๆหลายๆคนชอบมากกกก

















แผ่นรองเม้าส์ USB Warmer


หน้าหนาวอากาศเย็นๆ แบบนี้ก็มี Gadget แก้หนาวมาให้ดูอีกแล้ว หลังจากมีถุงมือ USB คราวนี้ก็เป็นแผ่นรองเม้าส์แก้หนาว Brando มีทางเลือกมาให้สำหรับใครที่อาจจะไม่ถนัดอึดอัดกับการใส่ถุงมือ ก็ลองแผ่นรองเม้าส์สร้างความอุ่นที่ให้เราซุกมือเข้าไปใช้งานด้านในได้ โดยจะสามารถเสียบกับ USB เพื่อให้ความอบอุ่นเป็นฮีตเตอร์จิ๋วๆ ให้กับมือของเราได้เลย ซึ่งเราก็สามารถใช้งานเม้าส์ได้จากด้านในเป็นปกติ มีให้เลือกสองลายสองแบบคือ ลายปลาโลมาสีน้ำเงิน และลายสตรอเบอรี่คิกขุสีชมพู ราคาอยู่ที่ประมาณ 15 เหรียญสหรัฐ

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

7 วิธีการใช้อมพิวเตอร์แบบทำร้ายตัวเอง

หลังจากไปได้ up มานานวันนี้ก็เลยมีเรื่องดีดี ไว้ป้องกันตัวเองมาฝากเพื่อนๆนะค่ะ

7 วิธีใช้คอมพิวเตอร์ แบบทำร้ายตัวเอง

สำหรับคนที่อยู่ดีไม่ว่าดี ชอบหาเรื่องแผลงๆ มาทดลองและไม่เห็นค่าของความ “อโรคยา”…SHE’s smart ก็มีวิธีง่ายๆ มาสนองเจตนารมย์ค่ะ วิธีเหล่านี้ง่ายมากสามารถทำได้โดยใช้คอมพิวเตอร์ธรรมดานี่แหละเป็นอุปกรณ์ แล้วก็ไม่เสียเวลามากด้วย เพราะเราสามารถบั่นทอนสุขภาพของตัวเองไปพร้อมๆ กับที่นั่งทำงานได้เลย เห็นมั้ยคะว่าสะดวกแค่ไหน ค่อยๆ ทำตามกันไปทีละข้อนะคับ

วิธีที่ 1 ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ จอ
เพราะ ระยะห่างที่ปลอดภัยระหว่างดวงตาของเรากับจอคอมพิวเตอร์อยู่ที่ 20-24 นิ้ว ดังนั้นถ้าเรายื่นหน้าเข้าไปให้ใกล้กว่านั้น ดวงตาเราก็จะได้รับทั้งรังสีปริมาณมาก และได้เพ่งจอใกล้ๆ ด้วย ผลที่จะได้ระยะสั้นคือปวดหัว ปวดตา ส่วนระยะยาวคืออาจจะเป็นต้อหินและตาบอดได้ในที่สุดคับ
วิธีที่ 2 ตั้งจอให้แสงสะท้อนเข้าตา
พยายามหันหน้าจอให้มีแสงจ้าๆ สะท้อนเข้าตาเรา เช่น วางจอไว้ใกล้หน้าต่างตอนกลางวัน หรือตั้งโคมไฟไว้ใกล้ๆ หน้าจอ เพราะแสงที่สะท้อนออกมาจากจอคอมพิวเตอร์สามารถทำให้ดวงตาของเราเมื่อยล้าได้ ง่ายๆ สมใจคับ

วิธีที่ 3 จ้องจอนานๆ
พยายาม จ้องจอคอมพิวเตอร์ให้มากกว่าครั้งละ 30 นาที ถ้าเริ่มรู้สึกปวดตาเมื่อไหร่แสดงว่าใช้ได้แล้ว เพราะนั่นหมายถึงดวงตาเริ่มล้าแล้ว ทำบ่อยๆ คุณภาพตาจะแย่ลงเรื่อยๆ ถ้าไม่กระพริบตาเลยจะยิ่งดี เพราะจะทำให้ตาแห้ง แล้วก็แสบตาในที่สุด ส่วนแผนกระจกกรองแสงถ้ามีก็ถอดออกเสีย เพราะจะเป็นการกรองรังสีจากจอ ดวงตาจะปลอดภัยเกินไปคับ
วิธีที่ 4 นั่งให้ผิดท่า
ชุดเก้าอี้และโต๊ะที่ใช้ถ้าหาแบบที่ต่างระดับกันได้มากๆ จะทำให้ท่านั่งผิดสุขลักษณะ ซึ่งจะส่งผลเสียโดยตรงต่อกล้ามเนื้อกับกระดูกที่แขน ไหล่ หลัง และคอ และเราสามารถเพิ่มระดับความอักเสบของกล้ามเนื้อให้มากขึ้นด้วยการนั่งที่ผิด ท่า นั่นก็คือเวลาใช้คอมพิวเตอร์อย่านั่งหลังตรง ให้นั่งค้อมไปข้างหน้าบ้าง แอ่นไปข้างหลังบ้าง
วิธีที่ 5 วางคีย์บอร์ดให้ผิดทาง
เวลาพิมพ์งานลองหามุมวางคีย์บอร์ดแล้วทำให้ต้องวางมือยากๆ ควรวางข้อมือบนโต๊ะหน้าคีย์บอร์ดถ้าหากจำเป็น การพิมพ์ก็ให้กดแป้นพิมพ์ควรกดแป้นพิมพ์แรงๆ เพราะเมื่อทำต่อเนื่องไปนานๆ จะเมื่อยและเจ็บนิ้ว และยังของแถมคือคีย์บอร์ดจะเจ๊งเร็วขึ้น เก้าอี้ที่ใช้ให้เลือกใช้แบบที่ไม่มีที่ให้วางแขน เพื่อที่แขนจะได้เกร็ง เมื่อเกร็งมากๆ ก็จะเมื่อยแขน ปวดไหล่ ปวดนิ้ว ลามไปถึงคอและหลังได้ด้วย
วิธีที่ 6 กินขนมหน้าคอมฯ
ให้หาขนมมากินขณะที่ใช้คอมพิวเตอร์ไปด้วย เพราะมีโอกาสที่เศษขนมหรือเกล็ดน้ำตาลจะหล่นลงไปในแป้นคีย์บอร์ด แล้วกลายเป็นอาหารของแบคทีเรีย ซึ่งถ้าเราใช้คีย์บอร์ดสลับกับกินขนมครั้งแบบนี้อีก เราอาจจะโชคดีได้ท้องเสีย เพราะนิ้วของเราย่ำยีอยู่กับแหล่งเพาะเชื้อตลอดเวลานั่นเอง
วิธีที่ 7 แช่แข็งตัวเองอยู่หน้าจอ
พยายามหาเรื่องอะไรมาทำให้ตัวเองเพลินๆ จะได้นั่งอยู่หน้าเครื่องนานๆ จะได้ลืมให้หมดว่าการที่ไม่เปลี่ยนอิริยาบถนานๆ จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เครียดจนเมื่อยจนปวด จะได้ลืมว่าควรกินน้ำชั่วโมงละ 1 แก้ว จะได้ลืมว่าถ้าปวดฉี่แล้วไม่ยอมไปห้องน้ำจะทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
แค่คุณทำตาม 7 วิธีนี้ก็เชื่อว่าสุขภาพคุณคงจะย่ำแย่ลงได้บ้างล่ะคับ ถ้าอยากเจ็บป่วยแบบไหนก็เลือกกันตามอัธยาศัยเลยคับ เมื่อสุขภาพแย่ลงการทำงานก็จะแย่ลงไปด้วย และในที่สุดชีวิตคุณก็จะอับเฉาลงเรื่อยๆ ด้วย 7 วิธีนี้เราหวังว่าคุณจะสมหวัง


**ที่มา http://www.yenta4.com/webboard/viewtopic.php?cate_id=64&post_id=1291767

วันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เรื่องดีดีของชีวิต

เพื่อนๆคิดเหมือนเราไหมว่า ในแต่ละวัน เราก็ต้องมีเรื่องดีดีในชีวิต

วันนี้เป็นที่เรามีความากมาย มีความสุขมากๆๆๆอิอิ

แต่ก็ไม่รู้ว่าควาสุขอันนี้จะจากเราไปเมื่อไร

ว่ามั้ย.......

วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

กลับบ้าน

หวัดดีจ้าเพื่อนๆ หลังจากที่ไปเรียนมา 1 สัปดาห์ เย้เย้ วันนี้ก็ได้กลับบ้านแล้ว ดีใจมากมาย

ก็มันคิดถึงพ่อ กะ แม่ แล้วก็น้องหมานอ่ะนะ อิอิ

เพื่อนๆที่อยู่หอก็คงรู้สึกแบบเดี่ยวยกันช่ายป่ะหล่ะ อิอิ

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

การบ้านอันหนักหนา

การบ้านเยอะมากมายเพื่อนๆ

เครียดเป็นที่สุด

เครียดๆๆๆๆๆๆ(เลยมาระบาย)>>น่าเกลียดเนอะ

เลขก็ยากขึ้น ส่วนฟิสิก เคมี ชีวะ อย่าพูดถึงเพราะมันยากอยู่แล้ว

เฮ้อ!!!! ไปนอนดีกว่า อิอิ

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

พรุ่งนี้จะได้ไปโรงเรียนจริงๆแล้ว

หลังจากที่ไม่ได้ไปโรงเรียน 1 สัปดาห์

และต้องพบกับการบ้านเยอะแยะมากมาย

วันพรุ่งนี้ก็จะได้ไปพบกับเพื่อนที่น่ารัก(รึเปล่า)แล้ว

ดีใจมากมาย ^^

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เซ็งเข้าโรงพยบาลสะงั้น

ปิดเทอมนี้ชั่งเป็นปิดเทอมที่แย่ที่สุดจริงๆเลยค่ะ

เป็นไข้เลือดออกนอนโรงพยบาล 1 สัปดาห์

แล้วยังเป็นน้ำถ่วมปวดเพราะให้น้ำเกลือมากเกินไปอีก

แล้วยังต้องทำอะไรหลายๆอย่างที่ไม่เคยทำ เครียด

ต้องเจาะเลือดทุกวัน ให้น้ำเกลือตลอด

นอนเอียงข้างก็ไม่ได้เพราะไอ (ก็น้ำท่วมปอดอ่ะนะ)

แล้วยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ เพราะหายใจไม่ออก

พูดง่ายๆๆ เกือบตายแล้ว

เครียดเลย

แต่ก็ต้องขอบคุณคุณพ่อ แม่ และพี่ชายสุดที่รัก

ที่ดูแลออย

ขอบคุณนะค่ะ ^^

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2551

โรงเรียนจะเปิดแล้ว เย้เย้

วันนี้ก็วันที่ 24 แล้ว โรงเรียนใกล้เปิดแล้วค่ะ
ดีใจมากมายเลยอ่ะ คิดถึงเพื่อนที่สุด
แต่ความเศร้าตอนปิดเทอมมันเยอะเหลือเกินค่ะ
เลยข่อนค้างเซ็งกับปิดเทอมนี้ U___U
แต่เพื่อนๆคงสนุกกันสินะ ปิดเทอมนี้
ยังไงก็ขอให้สนุกกันทุกคนแระกันนะค่ะ อิอิ
^____________^!!!

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2551

link blog เพื่อนของเราเอง

นี่เป็น link blog เพื่อนของเราเอง ไปดูกันนะ


28 พรชนก เต่าทอง http://blog.hunsa.com/loverberry

29พรพรรณ เทียนสุวรรณ http://blog.hunsa.com/pornpan29

30พิชญา พริ้มพราย http://blog.hunsa.com/30pitchaya

31พิมพ์ชนก สว่างใจ http://blog.hunsa.com.sweetblood

32ภัทรา ชวนะ http://bolg.hunsa.com/cassio77mean

33รัชนีกร จันทร์งาม http://omzababo.blogspot.com

34ลัดดาวัลย์ รบแคล้ว http://ziipeezodazza.blogspot.com

35วริศรา ตระการรังสี http://nileiiwarissara.blogspot.com

36วิรดา สมคำ http://pikapoopakeuhu.blogspot.com

37ศิวาพร ทองขาว http://kira-misa.blogspot.com

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2551

ตารางสอน sj ตอนรับปิดเทอม !!งงม่ะ!!
















นี่ไง ตารางสอนเอสเจ น่ารักมากมาย

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2551

หัดแต่งรูป กิ๊วๆๆ


วันนี้หัดแต่งรูปตัวเองกับฮยอก ฮ่าๆๆ น่ารัก(ฮยอกนะ)

มะเร็งโรคร้ายที่ใครก็ไม่อยากเป็น

มะเร็งลำไสใหญ่ ลำไส้ตรงและทวารหนักทางเดินอาหารเริ่มต้นจากปาก หลอดอาหาร ลำไสเล็ก ลำไส้ใหญ่ เป็นส่วนล่างของระบบทางเดินอาหาร ต่อด้วยลำไส้ตรง และส่วนปลายสุดของลำไส้ใหญ่ คือ ทวารหนัก สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งลำไสใหญ่ ลำไส้ตรงและทวารหนัก คือ ผู้ป่วยชอบกินอาหารประเภทเนื้อสัตว์มาก ไขมันสูง หรือมีเส้นใยน้อยเป็นประจำ และโรคบางอย่างของลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นโรคทางกรรมพันธุ์ และติ่งเนื้องอกในลำไส้บางชนิดอาจกลายเป็นมะเร็งได้ อาการของโรค จะมีการเปลี่ยนเปลงนิสัยการถ่ายอุจจาระทั้งจำนวนครั้งและลักษณะของอุจจาระที่ออกมา มีเลือกเก่า ๆ และมูกออกทางทวารหนัก ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรื้อรัง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ จะทำให้น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ซีด หรือโลหิตจาง โดยหาสาเหตุไม่ได้ และจะคลำพบก้อนที่บริเวณท้อง และมีการอุดตันของลำไส้ใหญ่การวินิจฉัย แพทย์จะทำการตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยการสวนแป้งแบเรียมเข้าทางทวารหนักแล้วถ่ายเอกซเรย์และตรวจด้วยกล้องส่องตรวจลำไส้ใหญ่ สามารถดูรอยโรคโดยตรงและตัดชิ้นเนื้อไปตรวจวิเคราะห์ได้ด้วยการรักษา โดยการผ่าตัด รังสีรักษา เคมีบำบัด การรักษาแบบผสมผสาน ด้วยวิธีการดังกล่าวข้างต้น แต่จะใช้วิธีการใดนั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และสภาวะของผู้ป่วย การป้องกัน ควรรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสมและควบคุมระบบขับถ่ายให้ถูกต้อง รับประทานผัก ผลไม้ เป็นประจำ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ ส่วนที่ไหม้เกรียม จากการปิ้ง ย่าง ทอด รมควัน ลดอาหารไขมันสูง สำหรับผู้ทีมีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับทวารหนักและลำไส้ใหญ่ แผลอักเสบเรื้อรัง เนื้องอก ควรได้รับการตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนักอย่างน้อยปีละครั้ง และผู้ที่มีบิดามารดา ญาติพี่น้อง เคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรได้รับการตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง ควรรีบไปพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติดังกล่าวอาการผิดปกติที่ควรพบแพทย์ ถ้าพบว่ามีการถ่ายอุจจาระเช่น ท้องผูก สลับกับท้องเดิน มีเลือดเก่า ๆ และมูกปน หรือพบว่ามีอาการท้องอืด แน่น เฟ้อ เรื้อรัง น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ซีดหรือโลหิตจางโดยหาสาเหตุไม่ได้ และคลำพบก้อนในท้อง

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2551

ทรงผมนักเรียน

บทความว่าด้วยเรื่องกฎทรงผม ของ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ จากหนังสือพิมพ์มติชนฉบับ 2 พฤศจิกายน 2550 มีคำตอบสรุปความได้ว่า ประเทศไทยรับทรงผมทรงนักเรียนทั้งเครื่องแบบต่างๆ จากญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในช่วงสงครามนั้นเกิดเหาระบาดมาก ประชาชนจึงนิยมตัดผมสั้นเกรียน
และต่อไปนี้คือเหตุผลสำคัญๆ ที่ไม่ควรมีกฎทรงผมนักเรียน
1.ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพราะการเลือกทรงผมไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชนเช่นกัน
2.ไร้ซึ่งความจำเป็น เดิมกฎทรงผมเป็นกฎของทหารเพื่อใช้ปลูกฝังการเชื่อฟังคำสั่ง ปลูกฝังอำนาจนิยม และเพื่อความสะดวกในการดูแลรักษา แต่การปลูกฝังอำนาจนิยมทำให้เด็กมีทัศนคติที่เป็นอันตรายต่อบ้านเมือง และนักเรียนนักศึกษาไม่ต้องรีบร้อนในชีวิตประจำวัน สามารถดูแลทรงผมได้
3.การใช้กฎทรงผมบังคับเป็นการสร้างภาพลักษณ์เสมือนมีวินัย เนื่องจากระเบียบวินัยที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการบังคับให้ทำ แต่หากเป็นการกระทำออกมาด้วยจิตสำนึก
4.ทำให้เยาวชนคิดไม่เป็นว่าสิ่งที่ทำอยู่ผิดหรือถูก ได้แต่รับคำสั่งไปวันๆ
5.ส่งเสริมให้เยาวชนไม่รักษาสิทธิ เนื่องจากการเลือกทรงผมเป็นสิทธิอันชอบธรรมของบุคคลนั้นๆ แต่สถานศึกษากลับเพิกเฉยและตั้งกฎระเบียบอันเข้มงวด ทำให้นักเรียนไม่สามารถรักษาสิทธิของตัวเองได้ นับวันก็จะมีแต่คนหมดหวัง หมดอาลัย ทั้งที่เป็นสิทธิของบุคคลนั้นๆ
6.ปลูกฝังให้เยาวชนละทิ้งเหตุผล เยาวชนหลายคนมีคำถามอยู่ในใจ แต่เมื่อได้รับคำตอบว่า "มันเป็นกฎ" หรือ "เธอไม่พอใจที่จะทำตามกฎ ก็ไม่ต้องเรียน" ซึ่งไม่ใช่คำตอบที่ดีของคนที่มีการศึกษาและกำลังให้การศึกษาต่ออนุชนรุ่นหลัง เพราะแสดงถึงความไร้เหตุผลอย่างยิ่งยวด ส่วนคนที่ยึดมั่นในเหตุผลและรอคอยคำตอบก็จะถูกมองเป็นพวกก้าวร้าว แล้วจะค่อยๆ ถูกหล่อหลอมเป็นพวกยอมรับกฎโดยที่ไม่รู้เลยว่าเพราะอะไร เดินไปโดยปราศจากเป้าหมาย เป็นส่วนจากการทิ้งเหตุผลของผู้ใหญ่
7.เป็นการส่งเสริมให้ใช้อำนาจโดยมิชอบ จากการที่เยาวชนซึมซับการใช้อำนาจของครูของเขาที่ใช้อำนาจอย่างไร้เหตุผลให้เขาตัดทรงผมสั้นโดยไม่มีเหตุผล เขาจะทำตามโดยใช้อำนาจอย่างผิดๆ ทำร้ายคนอื่น
8.ทำให้เกิดการเหยียดหยามดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ บางคนอาจได้ยินผู้ใหญ่ด่าว่าไว้ผมยาวเหมือนฮิปปี้จะไปเป็นนักเลงหรือ นั่นคือการเหยียดหยาม ความเป็นคนไม่ได้อยู่ที่ทรงผม จะเป็นคนดี จะสั้นยาวก็ไม่มีปัญหา
9.ทำให้ชื่อเสียงของโรงเรียนเป็นสิ่งจอมปลอม และมองข้ามชื่อเสียงที่แท้จริงไป คือคุณภาพของนักเรียนไม่ได้อยู่ที่ทรงผม แต่อยู่ที่คุณภาพของการศึกษาเรียนรู้และคุณภาพจิตใจ
10.ปลูกฝังให้เยาวชนไม่ยอมรับความคิดเห็นผู้อื่น หรือขาดความมั่นใจในตัวเองไปเลย จากที่เห็นได้ว่าเยาวชนต้องการหลุดจากแอกของกฎทรงผม แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะผู้ใหญ่ไม่รับฟังความคิดเห็น เยาวชนจะถูกหล่อหลอมให้เชื่อมั่นความคิดตัวเองมากเกินไปจนไม่ฟังความคิดเห็นผู้อื่น ซึ่งเป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตย หรืออีกทางหนึ่งสูญเสียความมั่นใจ ทำอะไรก็ผิด เหตุผลดีแค่ไหนก็เท่านั้น เป็นอันตรายกับระบอบการปกครองเช่นกัน

ปล. เราไม่ได้จะว่าครูนะ แต่เราไปก๊อปเค้ามาอ่ะ ฮิอิ
ที่มาจ้า http://www.yenta4.com/webboard/viewtopic.php?cate_id=64&post_id=1266730

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ไตรภูมิพระร่วง การบ้านภาษาไทย

ไตรภูมิพระร่วง
หนังสือไตรภูมิพระร่วงเป็นหนังสือสำคัญสมัยกรุงสุโขทัยที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน เป็นวรรณคดีทางศาสนาที่มีอิทธิพลต่อคนไทยมาก เดิมเรียกว่า "เตภูมิกถา หรือไตรภูมิกถา" ในการพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2455 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเปลี่ยนชื่อหนังสือเล่มนี้เป็น "ไตรภูมิพระร่วง" เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัยให้คู่กับหนังสือสุภาษิตพระร่วง ผู้แต่งพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลิไท)ความมุ่งหมาย
1. เพื่อเทศนาโปรดพระมารดา เป็นการเจริญธรรมความกตัญญู
2. เพื่อใช้สั่งสอนประชาชนให้มีคุณธรรมและช่วยกันดำรงพระพุทธศาสนาไว้ให้ยั่งยืนลักษณะการแต่ง แต่งเป็นร้อยแก้วเนื้อหาสาระ เริ่มต้นด้วยคาถานมัสการเป็นภาษาบาลี ต่อไปมีบานแพนกบอกชื่อผู้แต่ง วันเดือนปีที่แต่ง บอกชื่อคัมภีร์ บอกความมุ่งหมายในการแต่ง แล้วจึงกล่าวถึงภูมิทั้ง 3 ว่า "อันว่าสัตว์ทั้งหลายย่อมจะเวียนวนไปมาและเกิดในภูมิ 3 อันนี้แล" คำว่า "ไตรภูมิ" แปลว่า สามแดน คือ กามภูมิ , รูปภูมิ , และอรูปภูมิ ทั้ง 3 ภูมิแบ่งออกเป็น 8 กันฑ์ คือ
1. กามภูมิ มี 6 กัณฑ์ คือ
1.1. นรกภูมิ เป็นแดนนรก
1.2. ดิรัจฉานภูมิ เป็นแดนของสัตว์ที่เจริญตามขวาง
1.3. เปตภูมิ เป็นแดนของเปรตที่เคยเป็นมนุษย์และทำความชั่วเกิดเป็นเปรต
1.4. อสุรกายภูมิ เป็นแดนของยักษ์มารหรือผีที่หลอกมนุษย์ให้ตกใจกลัว
1.5. มนุสสภูมิ เป็นแดนของมนุษย์
1.6. ฉกามาพจร เป็นแดนของเทวดาที่ยังเกี่ยวข้องในกาม มี 6 ชั้น คือ จาตุมหาราชิก , ดาวดึงส์ , ยามะ , ดุสิต , นิมมานรดี , ปรนิมมิตวสวดี
2. รูปภูมิ มี 1 กัณฑ์ คือ รูปาวจรภูมิ เป็นแดนของพรหมที่มีรูป แบ่งเป็น 16 ชั้น ตามภูมิธรรม เรียกว่า โสฬสพรหม
3. อรูปภูมิ มี 1 กัณฑ์ คือ อรูปาวจรภูมิ เป็นแดนของพรหมไม่มีรูป มีแต่จิต แบ่งเป็น 4 ชั้นคุณค่า
1. ด้านศาสนา ไตรภูมิพระร่วงเป็นหนังสืออ่านยาก ตั้งแต่สมัยสุโขทัยตลอดมาจนกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ผู้ที่นำไตรภูมิไปสู่ชาวบ้านก็คือพระสงฆ์ และนำไปโดยการเทศนา ทำภาษายากให้เป็นภาษาง่ายที่ชาวบ้านเข้าใจได้ โดยเฉพาะเนื้อเรื่องนั้นมีอิทธิพลต่อความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับบาปบุญคุณโทษ การเกิดการตาย เกี่ยวกับโลกทั้งสาม (ไตรภูมิ) ซึ่งทำให้คนสมัยกรุงสุโขทัยเข้าใจเรื่องชีวิตของตนเองว่าเกิดมาอย่างไร ตายแล้วไปไหน โลกที่อยู่ปัจจุบันและโลกหน้าเป็นอย่างไร
2. ด้านภาษา สำนวนโวหารในไตรภูมิ โดยเฉพาะพรรณนาโวหารนั้นประณีตละเอียดลออเป็นอย่างยิ่ง จนทำให้นึกเห็นสมจริง ให้เห็นสภาพอันน่าสยองขวัญของนรก สภาพอันรุ่งเรืองบรมสุขของสวรรค์ จนจิตรกรอาจถ่ายบทพรรณนานั้นลงเป็นภาพได้ เราจะเห็นภาพฝาผนังของวิหารและโบสถ์ตามวัดต่างๆ ไป (นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางภาษาระหว่างสมัยพ่อขุนรามคำแหงกับสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท)
3. ด้านสังคม มุ่งใช้คุณธรรมความดีเป็นพื้นฐานการสร้างสรรค์ความสุขในสังคม
4. ด้านอิทธิพลต่อกวียุคหลังกวียุคหลังได้ใช้ไตรภูมินี้เป็นแนวพรรณนาป่าหิมพานต์ เขาพระสุเมรุ วิมานพระอินทร์ ส่วนจิตรกรได้อาศัยความคิด ความเชื่อในไตรภูมิ เป็นแนวการสร้างสรรค์งานศิลปะ รวมความว่า ไตรภูมิพระร่วงเป็นหนังสือเก่าชั้นวรรณคดีที่มีอิทธิพลต่อความคิดอ่านของคนไทยในเรื่องบาปบุญคุณโทษ ในด้านจิตรกรรมฝาผนังโบสถ์ต่างๆ และวรรณคดีตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงสมัยปัจจุบัน หนังสือนี้แสดงให้เห็นพระปรีชาสามารถของพระยาลิไทในด้านศาสนา และใช้จริยธรรมในการบริหารบ้านเมือง และยังแสดงให้เห็นพระสติปัญญา ตลอดจนให้แนวคิดในเชิงปรัชญา สังคม และค่านิยมของสังคมเป็นอย่างดียิ่งตัวอย่างในไตรภูมิพระร่วง ผลแห่งการทำบาป "คนผู้ใดกล่าวคำร้ายแก่สมณพราหมณ์ผู้มีศิลและพ่อแม่และผู้เฒ่าผู้แก่ครูปาทยาย คนผู้นั้นตาย ไปเกิดในนรกอันได้ขื่อว่า สุนักขนรกนั้นแล ในสุนักขนรกนั้นมีหมา 4 สิ่ง หมาจำพวกหนึ่งนั้นขาว หมาจำพวกหนึ่งนั้นแดง หมาจำพวกหนึ่งนั้นดำ หมาจำพวกหนึ่งนั้นเหลือง และตัวหมาผู้นั้นใหญ่เท่าช้างสารทุกตัว ฝูงแร้งแลกาอันอยู่ในนรกนั้นใหญ่เท่าเกวียนทุกตัว ปากแร้งแลกาแลตีนนั่น เทียรย่อมเหล็กแดงลุกเป็นเปลวไฟอยู่มิได้เหือดสักคาบ แร้งแลกาหมาฝูงนั้นเทียรย่อมจิกแหกหัวอกขบตอดคนทั้งหลายในนรกด้วยบาปกรรมของเขานั้น แลมิให้เขาอยู่สบายแลให้เขาเจ็บปวดสาหัส ได้เวทนาพ้นประมาณ ทนอยู่ในนรกอันชื่อสุนักขนรกนั้นแล"

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2551

12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ

เมื่อวานนี้เป็นวันแม่


เพื่อนๆกราบแม่กันรึยังค่ะ


เมื่อวานนนี้เราให้แม่ดูpower point ด้วยแหละ


โดนแม่ว่าด้วยว่าใช้คำผิด


แม่นี้นะ ไม่ซึ่งกะเค้าบ้างเลย เฮ้อๆๆๆๆๆ


แต่พูดจริงๆๆนะ ทีแรกก็ไม่กล้าให้ดูหรอก มันอายนิ


แต่เพราะครูสุญาณีเลยนะเนี่ย เลยกล้าให้ดู


(ก็กลัวไม่ได้คะแนนนิ อิอิ)


แต่สิ่งหนึ่งที่ออยอยากจะบอกแม่ก็คือ รักแม่ที่สุดในโลกเลยยยยยยยยยยยยย
นี่ link power point วันแม่ที่เราให้แม่ดู

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2551

cross word ลองไปเล่นดูนะค่ะ


ลองไปเล่นดูกันนะค่ะ